
ล่าสุด เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 12 พ.ย.61 ที่ สน.ท่าข้าม นายสงัด ดัชชุยาวัตร อายุ 37 ปี โชเฟอร์แท็กซี่โตโยต้า รุ่นอัลติส สีเหลือง ทะเบียน ทส 2338 กรุงเทพมหานคร ซึ่งรับตัว น.ส.ช่อลัดดา ทาระวัน อายุ 38 ปี และลูกสาว จาก รพ.พระราม 2 ไปส่งต่อที่ รพ.บางมด ในวันเกิดเหตุ เข้าพบ พ.ต.ท.สกนธ์ ศรีวัฒนกพงศ์ รอง ผกก.หัวหน้างานสอบสวน สน.ท่าข้าม เพื่อให้การในฐานะพยาน โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนเปิดเผยว่า วันเกิดเหตุรับตัว น.ส.ช่อลัดดา และบุตรสาว จากหน้า รพ.พระราม 2 ซึ่งพนักงานขนส่งผู้ป่วยแจ้งตนว่า น.ส.ช่อลัดดา ถูกน้ำร้อนลวก ให้พาไปส่งที่ รพ.บางมด เพราะแพทย์มีการประสานกันไว้แล้ว
นายสงัด บอกอีกว่า ตอนนั้น น.ส.ช่อลัดดา ยังมีสติดีอยู่ในสภาพมีผ้าพันแผลตามใบหน้าและแขน ส่วนบุตรสาวก็คอยเรียกแม่ตลอด ซึ่ง น.ส.ช่อลัดดา ก็รับรู้ โดยตนก็ไม่ได้ชวนพูดคุยอะไรเนื่องจากเห็นว่าเป็นผู้บาดเจ็บ กระทั่งรถแล่นจาก รพ.พระราม 2 ใช้เวลาราว 10 นาที ก็ถึง รพ.บางมด จากนั้นพนักงานขนส่งผู้ป่วยของ รพ.บางมด ก็ลากเปลมาที่รถตน สอบถาม น.ส.ช่อลัดดา ว่าไหวหรือไม่? เจ้าตัวยังตอบกลับไปว่า "ไม่ไหว" พนักงานจึงช่วยกันหามขึ้นเปลเข้าไปในโรงพยาบาล ส่วนตนก็ขับรถออกมาตามปกติ ไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นข่าวดังกระทั่งตำรวจเรียกตนมาสอบปากคำในฐานะพยาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวของ รพ.พระราม 2 นพ.พีระ คณานุวัฒน์ ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ได้ชี้แจงกรณีเงิน 40 บาทที่มีข่าวว่าทาง รพ.ยัดเงินให้เด็กนั้น จริงแล้วเป็นความมีน้ำใจของบุรุษพยาบาล เนื่องจากขณะที่จะส่งผู้ป่วยขึ้นรถแท็กซี่นั้น บุรุษพยาบาลได้ถามว่ามีเงินพอไหม ซึ่งเด็กมีเงินอยู่ 50 บาท ทางบุรุษพยาบาลจึงให้เงินไปอีก 40 บาท น่าจะพอค่าโดยสารไปที่ รพ.บางมด ไม่ใช่เป็นการยัดเงินให้ไปรักษาที่ รพ.อื่น.
EmoticonEmoticon