พ่อกู้ภัย เหยื่อ ศาลาล่ม เผยทั้งน้ำตา ช่วยคนอื่นได้ แต่ช่วยลูกไม่ได้

 วันที่ 17 ก.ค.2562 นายประจินต์ ธารศิริสิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับ ผู้อำนวยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย จังหวัด และ ตลอดกรมเจ้าท่า แถลงความคืบหน้า ปฏิบัติการค้นหา นางสาวพรพิไล เสือเล็ก อายุ 24 ปี ที่บริเวณ เต๊นท์อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เบื้องต้น นักประดาน้ำรายงานเข้ามาว่า พบร่างของนางสาวพรพิไล เป็นที่เรียบร้อย เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ผ่านมา





ภาพเหตุการณ์






ภาพเหตุการณ์

ขณะที่นายวินัย เสือเล็ก อายุ 59 ปี บิดาของนางสาวพรพิไล เสือเล็ก ผู้สูญหาย และหนึ่งในอาสากู้ภัย บอกเล่าทั้งน้ำตาว่า วันนี้ตนมารอลูกสาวอยู่ที่ศาลาแห่งนี้เช่นเดิม และยังคงมีความหวังว่าจะได้เจอลูกสาวที่ยังปลอดภัยดี ตนยังรู้สึกช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตอนเกิดเหตุได้เดินทางมาช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ แต่ไม่คิดว่าหนึ่งในนั้นจะเป็นลูกสาวตนที่มากินข้าวในจุดเกิดเหตุ ซึ่งตอนนี้หลานชายวัย 5 ขวบ ก็ได้ถามถึงแม่อยู่ตลอดว่าแม่อยู่ที่ไหน ตนทำได้เพียงบอกแค่ว่า แม่ทำงานอยู่ ซึ่งในใจลึกๆรู้สึกเสียใจที่สามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ แต่กลับไม่สามารถช่วยเหลือลูกสาวดวงใจอันเป็นที่รักได้


ภาพจาก ช่องวัน 31

เอาไปเลยรางวัลที่1 18 ล้าน ซูมดูเลขใกล้ๆ หลังแม่ค้าตอบแทนคนดีเก็บแผงลอตเตอรี่มาคืน



 วันที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  น.ส.พิมลพรรณ อายุ 36 ปี แม่ค้าขายน้ำจับเลี้ยง ในตลาดหัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นำแผงสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งมีสลากกินแบ่ง รัฐบาลกว่า 300 ใบ ที่เก็บได้ เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.เสนีย์ พาชอบ รองสว.สอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยาเพื่อให้ช่วยติดตามหาเจ้าของ

น.ส.น.ส.พิมลพรรณ มานพพงษ์ อายุ 36 ปี แม่ค้าขายน้ำจับเลี้ยง กล่าวว่า ตนเองขายของอยู่ในตลาดหัวรอ ขณะที่ขายของเหลือบไปเห็นแผ่นกระดาษวางอยู่กับพื้น จึงไปหยิบดู พบว่าแผงขายสลากกินแบ่งรัฐบาล มองหาพ่อค้าแม่ค้าแล้วไม่พบ จึงรีบเดินทางมาที่ สภ. พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามหาเจ้าของ



ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวน และลงบันทึกประจำวันเพื่อจะ ประกาศติดตามหาเจ้าของทางสื่อโซเชียลต่างๆ มี น.ส.ชรินพร อายุ 28 ปี เข้ามาพบพนักงานสอบสวนด้วยหน้าถอดสีตกใจ เข้ามาแจ้งความว่าได้ทำแผงขายสลากกินแบ่งรัฐบาลหาย เมื่อเห็นแผงสลากกินแบ่งรัฐบาลถึงกับดีใจยกมือไหว้ท่วมหัว พร้อมกับยืนยันเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า แผงสลากกินแบ่งรัฐบาลและสลากกินแบ่งรัฐบาลทั้งหมดเป็นของตนเอง



น.ส.ชรินพร อายุ 28 ปี กล่าวว่า ตนเองมาจากตลาดรังสิต จ.ปทุมธานี มาเดินขายอยู่ที่ตลาดหัวรอได้นั่งพักผ่อน แล้วลืมหยิบสลากกินแบ่งรัฐบาลวางเอาไว้ขึ้นรถกลับไปที่ จ.ปทุมธานี พร้อมกับเพื่อน คิดว่าหยิบมาหมดแล้ว พอเดินทางกลับไปได้ครึ่งทาง ตรวจสอบดูพบว่าไม่ได้เก็บแผงสลากกินแบ่งรัฐบาลมา



ตนจึงรีบเดินทางกลับมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องขอขอบคุณพี่คนที่เก็บแผงสลาก และนำมาคืนเจ้าหน้าที่ตำรวจ คิดว่าจะต้องสูญเสียเงินไปกว่า 20,000 บาท ตนเองจึงมอบสลากกินแบ่งรัฐบาล เลข 922925 จำนวน 3 ใบ เพื่อเป็นสินน้ำใจ


ขอให้ความดีส่งผลให้ถูกรางวัลนะคะ

เผยวงจรปิดดูชัดๆ ปมบุรุษพยาบาล ชกหน้าคนไข้ ในห้องฉุกเฉิน

 เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 7 ธันวาคม 2561 ที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ งานเทคโนโลยีสรสนเทศ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น นางสาว ศรินทิพย์ อิ่มใจ อายุ 45 ปี บุตรบุญธรรมของนายพินันท์ ประเคนทอง อายุ 65 ปี ที่เสียชีวิตในโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นพร้อมด้วยญาติพี่น้องเดินทางเข้าพบ นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น เพื่อดูคลิปในห้องฉุกเฉิน กรณีที่ญาติติดใจ ว่าบุรุษพยาบาลทำร้ายนายพินันท์ ขณะเข้ารักษาตัวในห้องฉุกเฉิน ซึ่งในกรณีดังกล่าว นางสาว ศรินทิพย์ อิ่มใจ อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมพร้อมมารดา ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองขอนแก่น เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนสอบสวน เอาผิดกับบุคคลที่ทำร้ายร่างกายบิดา ซึ่งการดูคลิปในครั้งมีทั้ง ร.ต.อ.ประยุทธ จันทร์แปลง สว.สอบสวน สภ.เมืองขอนแก่นและ ร.ต.อ.นฤนาท ศรีชมพู รองสว.สืบสวนสภ.เมืองขอนแก่น เจ้าหน้าที่และแพทย์เวรประจำห้องฉุกเฉิน และสื่อมวลชนหลายแขนง




โดยคลิปแรกทางโรงพยาบาลได้เปิดให้ดูนั้นเป็นคลิปขณะที่นายพินันท์ ประเคนทอง อายุ 65 ปี ผู้ป่วยนั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วยกลางห้องฉุกเฉิน  และผู้ป่วยเหมือนมีอาการกระวนกระวายและคล้ายจะลงจากเตียงจึงพลัดตกเตียง คิ้วซ้ายแตก
ซึ่งในคลิปนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาต่อเนื่องของคืนวันที่ 27-28 พ.ย.ซึ่งเมื่อดูคลิปนี้ นางสาว ศรินทิพย์ และญาติต่างก็พูดขึ้นว่า เป็นความบกพร่องของโรงพยาบาล ซึ่งรู้ทั้งรู้ว่าผู้ป่วยมีอาการอย่างไร ควรดูแลใกล้ชิด ไม่ใช่ปล่อยให้ลุกนั่งและพลัดตกเตียงเช่นนี้ และเชื่อว่าเตียงน่าจะไม่มีความสมบูรณ์จนราวขอบเตียงรูดลง จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ได้กล่าวขอโทษญาติๆพร้อมทั้งยอมรับว่าอาจจะมีความบกพร่องจริง ในส่วนของเตียงก็มีส่วน แต่โรงพยาบาลก็จัดซื้อเตียงที่มีคุณภาพ มอก.และมีการซ่อมบำรุงทุกปี

ต่อมาได้มีการเปิดคลิปช่วงที่ญาติสงสัยว่าผู้ป่วยถูกทำร้าย ซึ่งเป็นคลิปหลังจากพลัดตกเตียงและมีการพันแผลที่คิ้วของผู้ป่วย  ในคลิปปรากฏภาพผู้ป่วยนอนบนเตียง มือข้างขวาถูกมัดกับขอบเตียงผู้ป่วย ส่วนมือข้างซ้ายผ้าที่มัดมือผู้ป่วยหลุดออก และผู้ป่วยในลุกนั่ง ซึ่งนั่งอยู่ช่วงใกล้ปลายเตียง ไม่นานก็มีบุรุษพยาบาลเดินเข้ามา พร้อมยกมือขวาขึ้นมาที่หน้าผู้ป่วย จังหวะนี้ในคลิปจะเห็นว่า ใบหน้าผู้ป่วยสะบัดไปทางขวา และถูกผลักให้นอนลง และบุรุษพยาบาลก็มัดมือข้างซ้ายของผู้ป่วยและพูดจาชี้หน้าผู้ป่วย ซึ่งในคลิปผู้ป่วยไม่มีอาการขัดขืนหรือตอบโต้แต่อย่างใด

 แต่เมื่อญาติๆเห็นคลิปต่างก็ไม่พอจึงกิริยาของบุรุษพยาบาล และยังเชื่อว่าบุรุษพยาบาลทำร้ายร่างกายผู้ป่วย และเรียกร้องให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น เอาผิดกับบุรุษพยาบาลรายดังกล่าว เพราะเห็นว่าไม่เหมาะสมที่จะทำงานบริการและดูแลผู้ป่วย

ญาติพี่น้องของผู้ป่วย ต่างยืนยันว่า ขอพบบุรุษพยาบาลรายดังกล่าว อยากรู้ว่าจะมีการบอกกล่าวเหตุการณ์ในห้องนั้นอย่างไร จะยอมรับผิดหรือไม่ จะมีจิตสำนึกเพียงใด หากไม่ยอมรับผิดก็จะให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการทางกฏหมาย

ในขณะที่ ร.ต.อ.ประยุทธ จันทร์แปลง สว.สอบสวนสภ.เมืองขอนแก่น ร้อยเวรเจ้าของคดี พูดกับทุกฝ่ายว่า คดีดังกล่าวถึงแม้จะมีการแจ้งความและรับเป็นคดีเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถประนีประนอมยอมความกันได้ เพราะทั้งสาเหตุการพลัดตกเตียง และกรณีที่กล่าวหาว่าบุรุษพยาบาลทำร้างร่างกายผู้ป่วยนั้น มีการแจ้งความหลังเกิดเหตุและเผาศพผู้ตายแล้ว การสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเกิดขึ้นภายหลัง


แต่ทั้งนี้ทุกอย่างก็ต้องพิสูจน์กันที่เจตนา ว่าการตกเตียงมีใครทำให้ตกหรือเกิดจากสาเหตุใด การกล่าวหาว่าบุรุษพยาบาลทำร้ายผู้ป่วย ก็สืบสวนสอบสวนตามขั้นตอน แต่ต้องพิจารณาจากมูลเหตุและเจตนาว่า ทำร้ายจริงหรือไม่ แต่ถ้าไม่สามารถพูดคุยกันได้ ทุกอย่างก็ให้ศาลเป็นผู้พิสูจน์ตามขั้นตอน
นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น กล่าวว่า โรงพยาบาลขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าบุรุษพยาบาลผิดจริงก็ให้ญาติผู้ป่วยดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมาย ส่วนโรงพยาบาลก็จะคุมเข้มการทำงานและอบรมกิริยามารยาทของบุรุษพยาบาลทั้งในห้องฉุกเฉินและส่วนอื่นๆ รวมทั้งจะดูแลอุปกรณ์และเตียงผู้ป่วยให้ดีมากขึ้น ส่วนคลิปที่ญาติผู้ป่วยติดใจนั้น ก็ต้องปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป

คลิป

หวยรวยทั่วแผ่นดิน 3 ตัวบน 2 ตัวล่าง งวดวันที่ 16/12/61

 หวยรวยทั่วแผ่นดิน 3 ตัวบน 2 ตัวล่าง งวดวันที่ 16/12/61 ใครชอบเลขไหนก็รีบไปหาซื้อไว้เลย อย่าลืมกดแชร์เก็บใว้ได้เลย งวดนี้ให้เลขเด็ดอะไรบ้าง ไปดูกันได้เลยจร้า
 เว็บไซต์ของเราหวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย และขอให้คอหวยทุกท่านโชคดีถูกหวยรวยๆ

ข้อมูลหวยเด็ดชุดนี้เป็นเพียงแนวทางในการเสี่ยงโชคสลากกินแบ่งรัฐบาลเท่านั้น คอหวยและนักเสี่ยงโชคโปรดใช้วิจารณญาณในการรับชมและตัดสินใจร่วมด้วยก็แล้วกันนะครับ

งานเข้า สาวใจถึง ที่โพสต์มีผัว 4 คน ล่าสุดถูกไล่ออกจากงานแล้ว

 เหมือนเป็นกระแสดังเทรน เมียเยอะ ทำให้มีหญิงสาวรายหนึ่ง ได้ออกมาโพสต์ถึงครอบครัวหรรษา ของตนเองว่า อยู่กันแบบ 4 คนผัวเมีย จนเป็นที่ฮือฮาของชาวเน็ต และมีการแสดงความคิดเห็นไปต่างๆนาๆ



โพสต์ดังกล่าว

 สวยเลย


  และต่อมาเธอยังได้โพสต์อีกว่า...


 โทสับกูเล่นอะไรไม่ได้แล้วเนี่ย เพิ่มเพิ่ลกะเม้นกันเยอะมาก รับเพิ่ลไม่รู้เรื่องแล้วเนี่ยกูกูงง แค่มีผัว4คนแชร์กันไหญ่เรย”

ล่าสุดเธอโพสต์ข้อความ ระบุว่า คนอย่างกู นิ มันทำดีไม่ขึ้นจิง จะเป็นคนดีไม่ได้จิงๆ จะทำดีตั้งใจทำงานเผื่อกุจะดีกะเขาบ้าง พอมาเจอข่าว ผัว4 ล่าสุดโดนไล่ออกจากงานจ้า -ีหมาเ-ส
 เรียกได้ว่างานเข้าเต็มๆเลยจ้า

เมียเยอะหลบไป

สาวไปซื้อทองที่ห้างดัง ผ่านไป 8 เดือน กลับไปขายร้านเดิม ลมแทบจับ

  เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 6 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.อทิตยา เจตภักดีสกุล อายุ 49 ปีอยู่บ้านเลขที่30 / 2 ซอยนาคบำรุง แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ได้นำทองปลอมนำหนัก 1 บาทเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.อมรวัฒน์ ปานดี สว (สอบสวน) สภ.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

 น.ส.อทิตยา กล่าวว่า ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2561 ตนเองได้ไปซื้อทองรูปพรรณที่ห้างทองแห่งหนึ่ง บริเวณชั้นใต้ดิน ในห้างชื่อดังใจกลางเมืองศรีราชา ซึ่งในวันดังกล่าวทางร้านทองได้จัดโปรโมชั่นทำให้มีลูกค้าเป็นจำนวนมากและมีพนักงานขายของในร้านทองจำนวนหลายคน ซึ่งตนเองได้นำแหวนทองคำหนัก 1 สลึง จำนวน 2 วง ไปเปลี่ยนเป็นสร้อยข้อมือ 1 บาท ต่อมาตกลงซื้อสร้อยข้อมือหนัก 1 บาท จำนวน 1 เส้น และพนักงานของร้านได้ชั่งน้ำหนักพบว่ามีน้ำหนัก 15.2 กรัม หลังจากนั้นตนเองได้รับทองกลับมาจนกระทั่งวันนี้ตนได้นำสร้อยข้อมือที่ซื้อมาจากทางร้านไปขายกับร้านเดิม แต่ได้รับแจ้งจากพนักงานว่าทองคำดังกล่าวไม่ใช่ของทางร้าน ทั้งที่มีใบรับประกันสินค้าที่ออกจากทางร้าน ออกโดยพนักงานขาย ซึ่งทางร้านชี้แจงพนักงานที่ขายทองคำให้ได้ออกไปนานแล้ว ทำให้ตนเองได้รับความเสียหายจึงเดินทางมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน
 น.ส.อทิตยา กล่าวต่อว่า ในวันที่เกิดเหตุได้มีลูกค้าเข้ามาในร้านทองเยอะแยะมาก หลังซื้อทองเสร็จก็เดินทางกลับบ้านทันที และนำทองไปเก็บไว้อย่างดี แม้แต่คนในบ้านยังไม่รู้เลยว่าตนเองเก็บ
สร้อยทองไว้ที่ไหน เป็นไปได้หรือไม่ว่าพนักงานคาดจะอาศัยช่วงที่คนเยอะ จึงสับเปลี่ยนสร้อยทองปลอมใส่กล่องให้ตนเอง และตนเองก็ไม่ได้สนใจอะไรรับเสร็จก็ใส่กระเป๋าเลย โดยไม่ได้ตรวจว่าใช่สร้อยทองที่ชั่งน้ำหนักหรือไม่
  จากนั้นชุดสืบสวนได้พาผู้เสียหายไปที่ร้านทอง แต่ร้านทองปฏิเสธที่จะให้นักข่าวถ่ายภาพ บอกเพียงว่าพนักขายทองให้ผู้เสียหายได้ออกไปนานแล้วทั้งที่ยังไม่ผ่านโปรการทำงาน ขณะร้านค้าที่อยู่ใกล้กับร้านทองดังกล่าวได้มากระซิบผู้เสียหายว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ศรีราชา จะได้รวบรวมข้อมูลและจะขอเช็คกล้องวงจรย้อนหลัง เพื่อหาแนวทางในการสวนสวนเพื่อคลี่คลายคดีนี้ต่อไป