
ในขณะที่รออยู่นั้น นายบุญฤทธิ์ฯ พร้อมพวก ได้มาพบและทำทีว่าจ้างให้ไปบรรทุกทราย แต่ผู้ตายทั้งสองไม่ไป หลังจากนั้น นายบุญฤทธิ์ พร้อมพวก ได้ใช้อาวุธมีดจี้บังคับ ผู้ตายทั้งสองให้ขึ้นรถยนต์กระบะ โดยใช้ถุงพลาสติกสีดำคลุมศีรษะ และใช้อาวุธมีดฆ่านายประสิทธิ์ และนางชาณี ก่อนนำศพมาทิ้งไว้ที่บริเวณสระน้ำริมทาง ต่อมามีผู้ไปพบศพ จึงแจ้งพนักงานสอบสวน สภ.พุนพิน และศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกหมายจับ ลงวันที่ 22 ก.ย.2551 ซึ่งคดีกำลังจะหมดอายุความ ในวันที่ 2 ธ.ค.2561
ด้าน พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. กล่าวว่า ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกหมายจับ ที่ 786/2551 ลงวันที่ 22 ก.ย.2551 ซึ่งคดีกำลังจะหมดอายุความ ในวันที่ 2 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ ทั้งนี้ขณะเกิดเหตุนั้นภรรยาของหนึ่งในผู้ตายได้ตั้งครรภ์และต่อมาคลอดบุตรชาย ปัจจุบันบุตรของผู้ตายสามารถสอบบรรจุเข้ารับราชการตำรวจได้ติดยศ สิบตำรวจตรี สังกัด ตำรวจภูธรภาค 8 และ
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อ ปี 2541 ซึ่งสามี ภรรยา ที่เสียชีวิต มีบุตร ด้วยกัน หลังจากพ่อแม่ตายแล้ว บุตรได้เติบโตจนถึงปัจจุบัน สอบบรรจุเข้ารับราชการตำรวจได้ และสืบสวนจนทราบว่านายบุญฤทธิ์ฯ เป็นผู้ฆ่าบิดาตนเอง และยังไม่ถูกจับกุม จึงได้ประสานชุดสืบสวน เข้าวางแผนจับกุม ซึ่งชุดสืบสวนทราบว่านายบุญฤทธิ์ฯ ได้มาขับรถไถรับจ้างที่บริเวณสวนปาล์ม ในหมู่บ้าน ม.2 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จว.ชุมพร จึงเดินทางไปตรวจสอบ และพบตัวนายบุญฤทธิ์ฯ จึงนำตัวมาสอบสวน นายบุญฤทธิ์ฯ ให้การยอมรับว่าก่อเหตุเมื่อปี 2541 จริง และทราบว่าตนเองมีหมายจับ จึงหลบหนี และไม่ได้ทำบัตรประชาชนอีกเลย นับตั้งแต่นั้นมา ขอให้การปฏิเสธ และจะขอต่อสู้คดีในชั้นศาล ชุดสืบสวนจึงจับกุมตัว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.พุนพิน จว.สุราษฎร์ธานี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ซึ่งหลังจากจับกุมคนร้ายที่หนีคดีกว่า20ปีได้ ทาง ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ มากประดิษฐ์ หรืออาร์ม ตำแหน่ง ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.สส.ภ.8 ซึ่งเป็นลูกชายของ นายประสิทธิ์ ผู้เสียชีวิต ได้เปิดเผยว่า ตอนจำความได้เคยถามแม่ว่าพ่อหายไปไหน แต่แม่ไม่บอก จนกระทั่งตนรบเร้าหลายๆ ครั้ง จนแม่ยอมบอกว่าพ่อถูกฆ่า และบอกอีกว่าพ่ออยากให้ตนเป็นนายร้อยตำรวจ จึงมุ่งมั่นสอบเข้าตำรวจให้ได้ตามที่พ่อคาดหวัง อีกทั้งอยากจับกุมคนร้ายที่ร่วมกันฆ่าพ่อด้วย



EmoticonEmoticon