
พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5-6 ธันวาคม 2541 ขณะนั้น นายประสิทธิ์ แซ่อื้อ และ นายชาณี ทองหญีต ได้ขับรถสิบล้อ ทะเบียน 80-4143 ชุมพร ไปรับจ้างบรรทุกไม้ยางบริษัทเมโทร หมู่ 6 ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ไปถึงบริษัทพบว่าไม่มีไม้ยางให้ขน ระหว่างจอดรออยู่หน้าบริษัท พบ นายบุญฤทธิ์ ผู้ต้องหาพร้อมพวก ทำทีว่าจ้างให้ไปบรรทุกทรายแต่ทั้งคู่
จากนั้น นายบุญฤทธิ์ ได้ใช้อาวุธแทงนายประสิทธิ์ และ นายชาณี จนเสียชีวิตแล้วนำร่างไปทิ้งไว้ในสระน้ำริมทางบ้านท่าตะเภา ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ต่อมาเมื่อเดือน กันยายน 2551 หลังผ่านไปเกือบ 10 ปี ได้มีผู้ไปพบร่างทั้งคู่ในสภาพเหลือแต่กระดูก จึงแจ้งพนักงานสอบสวน สภ.พุนพิน พร้อมขออำนาจศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ออกหมายจับ ที่ 786/2551 ลงวันที่ 22 ก.ย.2551 ซึ่งกำลังจะหมดอายุความ ในวันที่ 2 ธ.ค.2561
สอบสวน นายบุญฤทธิ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริงและทราบว่าตนเองมีหมายจับ จึงหลบหนีและไม่ได้ทำบัตรประชาชนอีกเลยนับตั้งแต่นั้นมา
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับผู้ที่สืบหาติดตามก่อนประสานกองปราบปรามตามจับผู้ต้องหารายนี้ คือ ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ มากประดิษฐ์ ผบ.หมู่กก.ปพ.บก.สส.บช.ภ.8 ลูกชายนายประสิทธิ์ ผู้ตายที่ได้สืบสวนหาตัวคนร้ายที่ฆ่าพ่อของตนเอง โดยตอนเกิดเหตุพ่อถูกฆ่านั้น แม่กำลังตั้งครรภ์ ส.ต.ต.อัษฎาวุธ เมื่อลืมตาดูโลก เติบโตขึ้นและรับรู้ว่าพ่อถูกคนร้ายฆ่า จึงมุ่งมั่นตั้งใจเรียนหนังสือสอบเข้าตำรวจเพื่อตามจับคนร้ายที่ฆ่าพ่อตัวเองให้ได้ ต่อมาสืบสวนจนทราบว่า นายบุญฤทธิ์ ลูกน้องนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่ง รู้จักกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคนเป็นผู้ฆ่า หลังก่อเหตุหลบหนีมารับจ้างขับรถไถที่บริเวณสวนปาล์ม หมู่ 2 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จึงประสานตำรวจกองปราบปรามจับกุมดังกล่าว โดยไม่กล้าบอกตำรวจท้องที่เพราะกลัวจะมีคนคาบข่าวไปบอกคนร้าย โดยก่อนหน้านี้ชุดสืบสวน กก.5.บก.ป. ได้ไปตามจับมาแล้ว แต่ผู้ต้องหารู้ทันหลบหนีไปก่อน จึงวางแผนสืบสวนกันใหม่ จนสามารถจับกุมตัวได้ ก่อนจะหมดอายุความเพียงไม่กี่วัน.
EmoticonEmoticon