
ชาวบ้านได้เริ่มทำตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน ได้ทำสัญญาโดยเสียเงินค่าทำสัมปทานรวมทั้งค่าขวดบรรจุน้ำดื่ม รวมกว่า 106,000 บาท นอกจากนั้นชาวบ้านยังได้ลงทุน ซื้ออุปกรณ์ต่างๆสำหรับทำอาหารและน้ำดื่มรวมเกือบ 1 ล้านบาท แถมยังต้องนำรถเข้าไฟแนนซ์ด้วยเพื่อหาทุนเพิ่ม แต่เมื่อถึงเวลาส่งของ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน ปรากฏว่าน้ำดื่มที่ทำส่งในวันแรก ผู้ว่าจ้างมารับไปแล้วแต่ได้นำ
จนกระทั่งวันที่ 5 พฤศจิกายน ได้เริ่มทำข้าวกล่องเป็นวันแรก 1 หมื่นกล่อง ซึ่งทำเสร็จตามเวลาที่ได้ระบุในสัญญา แต่กลับถูกผู้ว่าจ้างบ่ายเบี่ยงและยื้อเวลา ไม่นำข้าวกล่องที่ทำไว้ไปส่งที่โรงงาน ชาวบ้านเร่งทำกันมาจนไม่ได้นอน แล้วยังไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียว จึงตัดสินใจไปแจ้งความที่ สภ.พญาแมน เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย 299,000 บาท โดยให้ชดใช้ภายในวันที่ 12 พฤสจิกายนนี้ แต่หากไม่จ่ายก็จะคิดค่าเสียหายเพิ่มเป็น 799,000 บาท ซึ่งเป็นค่าสัญญา ค่าอุปกรณ์และค่าจ้างแรงงานด้วย
โดยสมาชิกเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า "Nutthaphun Munkhemtong" ก็ได้มีการโพสต์ข้อความพร้อมภาพเพื่อเป็นการเตือนภัย สำหรับชาวบ้านหากพบพฤติกรรมของผู้ว่าจ้างเช่นนี้ ก็ขอให้ระมัดระวังเพราะอาจจะโดนหลอกเหมือนกับชาวบ้านในข่าวได้
และล่าสุดทำเอาชาวเน็ตถึงกับแห่กดไลค์กดแชร์กันเป็นจำนวนมาก เมื่อ “ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม” หรือ คุณอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ผู้ที่ยึดความถูกต้องเป็นหลักและชอบช่วยเหลือคนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพวกมิจฉาชีพ ได้อาสาเข้ามาช่วยเรื่องในเรื่องนี้แล้วโดยได้ระบุข้อความว่า
ขอบคุณ ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม





EmoticonEmoticon