จากการทำวิจัยสำรวจ 80%ของคนที่ดื่มน้ำที่วางไว้ในรถ อาจเป็นตัวก่อให้เกิดมะเร็งได้รายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ถูกซ่อนแต่ไม่น่าเชื่อจะส่งผลอันตรายมากมายต่อร่างกายเราได้ ชาวเน็ตหลายคนยังสงสัยว่ามันเป็นไปได้จริงหรอ? ได้มีผู้บริหารโรงเรียนด้านสุขภาพออกมาอธิบายว่า เรื่องราวนี้เป็นความจริงเพราะว่า ขวดน้ำส่วนใหญ่ทำมาจาก พีอีที (PET) ซึ่งจะปล่อยสารเคมี บีพีเอ(BPA)ออกมาเมื่อโดนความร้อน บีพีเอ (BPA) เป็นสารที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเกิด"โรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก" และส่งผลต่อความผิดปกติทางพันธุกรรมของเซลล์ในร่างกายอีกด้วย เพราะฉะนั้นจำไว้ว่าน้ำดื่มขวดควรดื่มให้หมดภายในครั้งเดียว หากเปิดขวดแล้วแต่ดื่มไม่หมด จะทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคซึ่งมีผลเสียต่อร่างกายของเราจากการสอบถามเจ้าของรถหลายคนบอกว่า ไม่ว่ายังไงอุณภูมิภายในรถก็สูงกว่าอุณภูมิภายนอกอยู่ดี บางทีจอดรถไว้แค่ 1 ชั่วโมงกลับมาเปิดรถวัดอุณหภูมิสูงถึง50-60℃เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นน้ำดื่มขวดพลาสิตกอย่าทิ้งไว้ในรถเด็ดขาดยังมีผู้ที่เกิดความสงสัยถามต่อว่า "ขวดน้ำพลาสติกสามารถทำความร้อนได้ 70℃ไม่ใช่หรอ แต่อุณหภูมิในรถคงไม่สูงขนาดนั้น แล้วจะมีการปล่อยสารเคมีอย่างที่ว่าได้อย่างไร?" ด้านผู้อำนวยการสถาบันทำการวิจัยเกี่ยวกับสารเคมีได้ออกมาให้คำตอบว่า "ถึงแม้ว่าขวดน้้ำ พีอีที จะทนความร้อนได้70℃ แต่นั้นไม่ได้หมายความ หากมีอุณหภูมิที่ต่ำกว่านี้จะไม่ทำให้มีการหลั่งสารเคมี บีพีเอ (BPA)ออกมา "ยังไงดื่มน้ำขวดพลาสติกก็อย่าเก็บไว้ในที่มีอุณหภูมิที่ร้อนมากเกินไปนะคะ!
หลังเคยเป็นข่าวดังเมื่อสังคมออนไลน์ต่างพากันแชร์เรื่องราวความรักสุดฮือฮาระหว่างชายหนุ่มกับงูจงอาง เผยแพร่โดยสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งได้เขียนข้อความและโพสต์ภาพชายคนนี้ที่ใช้ชีวิตร่วมกับงู โดยอ้างว่าชายในภาพได้แต่งงานกับงู ที่จริงแล้วคือเจ้าหน้าที่กู้ภัยชาวมุสลิม ชื่อว่านาย "อาบู ซาริน บิน ฮูซิน" อายุ 31 ปี อาศัยอยู่ที่รัฐปะหัง ประเทศมาเลเซีย ประกอบอาชีพเป็นอาสาสมัครจับงูคอยช่วยเหลือชาวบ้าน และมีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับงูจงอาง รวมถึงเป็นหมองูและเทรนเนอร์ฝึกสอนให้กับผู้ที่สนใจด้วย ซึ่งปัจจุบันนายอาบูยังคงทำหน้าที่อยู่ที่เดิม พร้อมเผยภาพในอดีตที่เคยโดนงูกัดทำร้ายจนเกือบเสียไปแขนและต้องนอนรักษาตัวอยู่อีกนาน